
Regenerative Business: การพลิกโฉมแนวคิดความยั่งยืนในโลกธุรกิจ
หากพูดถึงเรื่อง “ความยั่งยืน” หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า Triple Bottom Line หรือภาพวงกลมสามห่วงของมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจอห์น เอลคิงตันเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดนี้เมื่อสามสิบปีก่อน โดยมุ่งหวังให้เกิดความตระหนักว่า เราไม่ควรวัดผลสำเร็จของธุรกิจจากกำไรขาดทุนแต่เพียงอย่างเดียว เพราะธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทางการเงินมากมาย แต่อาจกำลังทำร้ายสังคมหรือสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้นจึงควรมีการวัดผลการดำเนินงานในอีกสองมิติคือด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย จอห์นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวคิดของเขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงระบบทุนนิยมให้สร้างความยั่งยืนแก่โลกได้อย่างแท้จริง และทำให้ธุรกิจหันมาสนใจและจัดการกับผลกระทบข้างเคียงที่เกิดจากกิจกรรมการดำเนินงาน (externalities) ของตัวเองที่ยังไม่เคยถูกนำมาพิจารณาในอดีต
แนวคิด Triple Bottom Line ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและถูกนำไปใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของธุรกิจมากมาย ซึ่งหลายคนรู้จักกันในนาม 3P - Profit People และ Planet แต่หลังจากแนวคิดนี้ถูกใช้มากว่า 25 ปี จอห์นได้ทำการ "recall" ในปี 2018 เพื่อกระตุ้นเตือนธุรกิจว่าไม่ควรใช้แนวคิด Triple Bottom Line อย่างผิวเผิน เช่น มีการวัดผลก็จริงแต่ไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบใดๆ หรือแม้กระทั่งบูรณาการเข้าไปในกลยุทธ์ของธุรกิจ นอกจากนี้ผู้ใช้หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นการทำให้เกิดความสมดุลของทั้งสามมิติ จึงนำวิธีคิดแบบ trade-off มาใช้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น
จอห์นได้นำเสนอแนวคิดใหม่คือ 3R: Responsibility (ความรับผิดชอบ), Resilience (ความยืดหยุ่น), และ Regeneration (การฟื้นฟู) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันที่สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง นอกจากธุรกิจจะต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดจากการกระทำของตนเองเป็นพื้นฐานในทุกมิติแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงหรือวิกฤตการณ์ที่ส่งผลต่อธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วย นอกจากนี้ ธุรกิจไม่ควรหยุดแค่การลดผลกระทบเชิงลบหรือป้องกันเพื่อรักษาสิ่งที่มีให้คงอยู่เท่านั้น แต่ควรสร้างผลกระทบเชิงบวกในเชิงรุกเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างระบบนิเวศทางธรรมชาติและสังคมให้กลับมาสมดุลและแข็งแรงในระยะยาวด้วย
Regeneration กลายเป็นเรื่องที่พูดถึงกันมากขึ้นในระดับประเทศ เช่น ในที่ประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์เมื่อต้นปี 2024 ผู้นำหลายกลุ่มเห็นพ้องกันว่าเราอาจต้องสร้างโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ธุรกิจใหม่ หรือวิถีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าที่เรามีในปัจจุบัน ซึ่ง Regenerative business model คือคำตอบนั้น
Regenerative business model เป็นการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของโลกและความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม จึงไม่ใช่เพียงแค่การลดผลกระทบเชิงลบของธุรกิจเท่านั้น แต่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกจากการดำเนินธุรกิจเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของสิ่งแวดล้อมและสังคมและสร้างประโยชน์ให้หลายกลุ่มคนในระยะยาว เช่น การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศที่เสียหายด้วยระบบเกษตรกรรมฟื้นฟู (regenerative agriculture) การสร้างระบบการผลิตที่หมุนเวียน การดูดซับและกักเก็บคาร์บอนในระบบ หรือการทำธุรกิจเพื่อแก้ไขปัญหาหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมผ่านกระบวนการทางธุรกิจ เช่น ปัญหาความยากจนของเกษตรกร หรือความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมในแง่มุมต่างๆ
การสร้าง Regenerative business จึงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะต้องมีการปรับเปลี่ยนและคิดค้นใหม่ในทุกองค์ประกอบตั้งแต่โมเดลธุรกิจไปจนถึงห่วงโซ่อุปทานตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการปรับวัฒนธรรมองค์กร ปรับกรอบความคิดและทัศนคติของบุคลากรและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้สอดคล้องและส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
นอกเหนือจากความสามารถของผู้นำและความมุ่งมั่นขององค์กรแล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างผลกระทบทบเชิงบวกได้คือนวัตกรรมและเทคโนโลยี จึงเป็นโอกาสทองของเหล่า start up และบริษัทเทคโนโลยี ที่จะเข้ามาช่วยธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ สร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างมากมาย ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีด้านรีไซเคิล นวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์ เทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดและพลังงานชีวภาพ นวัตกรรมการกักเก็บพลังงาน เทคโนโลยีที่ช่วยเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เทคโนโลยีชีวภาพ นวัตกรรมด้านการจัดการน้ำ เทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ การออกแบบที่เลียนแบบธรรมชาติ (biomimicry) เทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจ เป็นต้น
Regenerative business นั้นจึงเป็นมากกว่าแค่แนวทางในการจัดการทรัพยากร แต่สะท้อนถึงการเป็นการเป็นผู้นำทางความคิด (Thought Leadership) ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำธุรกิจเพื่อสร้างผลกำไร สามารถสร้างแรงบันดาลใจและการกระตุ้นให้ผู้อื่นมองเห็นศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้จากการดำเนินธุรกิจด้วย
Source:
1.BBC, Davos 2024: The future of sustainable business is 'regeneration', 2024
2.John Elkington, Regenerative business: Three Rs are the new triple bottom line, 2023
3.John Elkington, Green Swans: The Coming Boom in Regenerative Capitalism, 2020
4.John Elkington, 25 Years Ago I Coined the Phrase “Triple Bottom Line.” Here’s Why It’s Time to Rethink It. Harvard Business Review. Digital article. June 25, 2018.
5.John Elkington, Enter the triple bottom line. In: The triple bottom line, 2013